ศาสนาในสยามประเทศ ตอนที่ ๑

ปรับปรุงโดย:  ศิตาลี วันจันทร์ที่  ๒๒  พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

หลังจากที่พระพุทธเจ้าได้ทรงอุบัติขึ้น ในตระกูลกษัตริย์ราชวงศ์ "ศากยะ" ณ เมืองกบิลพัสดุ์ ทางตอนเหนือสุดของประเทศอินเดีย (ปัจจุบันอยู่ในประเทศเนปาล) เมื่อพระองค์ได้ทรงออกผนวช และทรงตรัสรู้ อริยสัจจ์ ความจริงอันสูงสุดแล้วนั้น พระองค์ได้ทรงจาริกเผยแผ่พระธรรมไปยังที่ต่างๆของประเทศอินเดีย และมีผู้เลื่อมใสศรัทธาในคำสอนของพระองค์จำนวนมาก แม้หลังจากที่พระองค์ทรงเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้วก็ตาม

ครั้นต่อมา ราวปี พ.ศ.๒๗๕-๓๑๐ ประเทศอินเดียในสมัยนั้น พระเจ้าอโศกมหาราชแห่งเมารยะวงศ์ ทรงทำสงครามกับแว่นแคว้นต่างๆในอินเดีย และกรีฑาทัพไปยังเมือง กลิงคราฎร์ ซึ่งตั้งอยู่ทางลุ่มแม่น้ำมหานทีตอนใต้ของแคว้นมคธ พวกกลิงค์ถูกสังหารนับแสนและที่ได้รับบาดเจ็บทุกข์ทรมานอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้พระเจ้าอโศกรู้สึกโศกสลดพระทัยอย่างยิ่ง และครานั้นเองที่พระองค์ได้ทรงพบกับสามเณรในพระพุทธศาสนาองค์หนึ่ง ทรงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในปฏิปทาของเณร จึงนิมนต์เข้าไปในวังเพื่อสนทนาธรรมด้วย เณรได้เตือนสติให้ทรงเลิกอุปนิสัยอันดุร้ายเสีย ด้วยพระธรรมคำสอนว่า "ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย ความไม่ประมาทเป็นทางแห่งพระนิพพาน"

พระเจ้าอโศกฟังเณรแล้วทรงรู้สึกซาบซึ้งในธรรมนั้น และยอมรับนับถือพระพุทธศาสนา ด้วยความปิติเลื่อมใส ประกาศรับไตรสรณาคมน์ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภก ทรงนำพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ออกเผยแพร่และทำนุบำรุงพระศาสนาให้แผ่ไพศาลไปเกือบทั่วประเทศอินเดีย ทรงหันมาปกครองประเทศโดยใช้ธรรมะเป็นหลัก เรียกว่า "ธรรมาธิปไตย"

ทรงสร้างพระสถูปและบรรจุพระบรมธาตุทั่วชมพูทวีปถึง ๘๔,๐๐๐ องค์ ทรงสร้างเสาและรั้วหิน วิหาร วัดวาอารามอีกมากมายตามเมืองและสถานที่สำคัญต่างๆ จึงเป็นกาลสมัยที่พระพุทธศาสนาเจริญถึงขีดสุดและพระเจ้าอโศกได้ส่งสมณทูตออกเผยแผ่ธรรมของพระพุทธองค์ไปยังประเทศต่างๆ เช่นประเทศลังกา พม่า และสยาม พระธรรมทูตทั้ง ๒ องค์ของพระเจ้าอโศกมหาราชคือ พระโสณะและพระอุตตระ

ในช่วงเวลาที่พระเจ้าอโศกมหาราช ได้กรีฑาทัพไปยังเมืองกลิงคราฎร์นั้น ชาวอินเดียตอนใต้จำนวนหนึ่งต่างพากันอพยพหนีภัยสงครามยุทธในคราวนั้น เดินทางเข้าทางประเทศพม่า ตลอดถึงพื้นที่แหลมมลายู และได้นำเอาศาสตร์แขนงต่างๆ เช่น นิติศาสตร์ อักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ รวมทั้งศาสนา ลัทธิ เข้ามาเผยแพร่ด้วยเช่นกัน เช่น ศาสนาพุทธนิกายมหายาน และศาสนาพราหมณ์ซึ่งนับถือเทพเจ้า คือ พระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหม รวมทั้งเทพตรีมูรติ ซึ่งเป็นองค์ผสมของเทพเจ้าทั้งสามองค์ กับยังนับถือเทพเจ้าและเทพเทพีชั้นรององค์อื่นๆ อีกเช่น พระพิฆเนศวร พระสรัสวดี พระขันธกุมาร พระลักษมี พระอุมาเทวี และยังเคารพนับถือ รูปสัญลักษณ์ คือ ศิวลึงค์ โดยถือว่าเป็นรูปสัญลักษณ์ของเทวราช พวกพราหมณ์จะมีบทบาททั้งในด้านการให้คำปรึกษาแก่กษัตริย์ในเรื่องการปกครอง แบบแผนพระราชพิธีของราชสำนัก รวมถึงเป็นผู้กำหนดพิธีกรรมต่างๆอันเกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตของประชาชนภายในรัฐนั้นๆ อีกด้วย

หน้า 12



เข้าชม๖,๑๘๘ครั้ง